วิธีการเลือกซื้อ กระเบื้องยาง ให้ได้รับความคุ้มค่าและเหมาะสมกับการใช้งานในแต่ละพื้นที่มากที่สุด

วิธีการเลือกซื้อ-กระเบื้องยาง

สารบัญ

วงการก่อสร้างในปัจจุบันนิยมเลือกใช้วัสดุปูพื้นที่มีลักษณะเลียนแบบไม้จริงมากขึ้น เพราะให้สัมผัสที่ดีและเกิดความรู้สึกอบอุ่นกับผู้อยู่อาศัย จนในช่วงหนึ่งได้มีการผลิตไม้เทียมหรือพื้นไม้ลามิเนต ที่เป็นไม้อัดผสมกับวัสดุขึ้นรูปอื่น ๆ แต่ก็ยังพบว่าลามิเนตมีปัญหาเรื่องความชื้นและปลวก ทั้งยังมีราคาที่ค่อนข้างแพง ดังนั้นจึงมีการพัฒนาวัสดุปูพื้นที่เป็นพลาสติก 100% มาใช้งาน ซึ่งมีชื่อเรียกว่า กระเบื้องยาง หรือบางคนเรียกกระเบื้องไวนิลหรือกระเบื้อง PVC คุณสมบัติเด่นของกระเบื้องยางคือสามารถปูทับพื้นเดิมได้ง่ายดาย แม้แต่คนที่ไม่มีพื้นฐานงานช่างก็สามารถทำเองได้และมีราคาถูกกว่าวัสดุปูพื้นอื่น ๆ ทั้งยังทนทานสามารถใช้งานได้ถึง 10 ปี บทความ วิธีการเลือกซื้อ กระเบื้องยาง ให้ได้รับความคุ้มค่าและเหมาะสมกับการใช้งานในแต่ละพื้นที่มากที่สุดเรื่องนี้ 

วิธีการเลือกซื้อกระเบื้องปูพื้น

วิธีการเลือกซื้อกระเบื้องปูพื้น
  • การเลือกซื้อกระเบื้องยางจำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยร่วม ทั้งประเภทของวัสดุ ประเภทการติดตั้ง ความหนาของกระเบื้องยางและประเภทพื้นผิวที่จะปู รวมไปถึงความเรียบและขรุขระของพื้นผิวอีกด้วย ซึ่งแต่ละประเภทจะลงรายละเอียดให้เข้าใจง่ายขึ้น ดังนี้ 
วิธีการเลือกซื้อกระเบื้องปูพื้น
  1. เลือกตามวัสดุของกระเบื้องยาง กระเบื้องยางประกอบด้วยชั้นหลัก ๆ 3 ชั้น คือ ชั้นบนสุด (Wear Layer) สำหรับเคลือบผิวทำหน้าที่ป้องกันความชื้น รังสียูวีและรอยขีดข่วน, ชั้นกลาง (Middle/ Core Layer) เป็นส่วนแกนหลักและยังมีความแตกต่างกันของวัสดุที่เป็นส่วนประกอบและเป็นที่มาของชื่อเรียกกระเบื้องยางแต่ละประเภท สุดท้ายคือชั้นล่างสุด (Base Later) เป็นส่วนที่จะเสริมความแข็งแรงให้ตัวกระเบื้องและบางชนิดจะเคลือบสารกันเชื้อราด้วย 
  • กระเบื้องยาง PVC (Poly Vinyl Cloride) เป็นวัสดุพื้นฐานของกระเบื้องยางในการผลิตยุคแรก ๆ มีให้เลือกทั้งชนิดแบบม้วนและแบบมีกาวในตัว ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นเรื่องความยืดหยุ่นและทนทาน แต่ในการใช้งานจริงเมื่อมีการวางของหนักทับนาน ๆ จะทำให้เป็นรอยและไม่สวยงามเนื่องจากผิวหน้ามีความยืดหยุ่นสูง ดังนั้นหากต้องการปูพื้นโดยใช้วัสดุชนิดนี้ ควรเลือกปูในห้องที่ใช้งานไม่หนักมาก เช่น ห้องนอน ห้องนั่งเล่น เป็นต้น การเลือกซื้อควรเลือกจากร้านค้าหรือแหล่งจัดจำหน่ายที่น่าเชื่อถือและต้องมีราคาที่เหมาะสม ไม่ถูกหรือแพงเกินไป ซึ่งราคาของกระเบื้องยางแบบ PVC จะอยู่ระหว่าง 200 – 500 บาท และให้สังเกตว่า หากมีราคาต่ำกว่านี้อาจเป็นไปได้ว่าทางผู้ผลิตเลือกใช้วัสดุรีไซเคิล ซึ่งมีประสิทธิภาพและอายุการใช้งานต่ำกว่า PVC เกรดบริสุทธิ์
  • กระเบื้องยาง LVT  (Luxury Vinyl Tile) เป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติแข็งแรงและยืดหยุ่นไม่น้อยไปกว่า PVC แต่สามารถรองรับแรงกระแทกและป้องกันรอยขีดข่วนได้ดีกว่า รวมถึงมีผิวหน้าเคลือบที่ทนทาน จึงไม่มีปัญหาเมื่อใช้งานหนัก นอกจากนี้ยังมีลวดลายและสีสันสวยงามคล้ายกับวัสดุต้นแบบ มีการเลียนแบบพื้นผิวตามธรรมชาติได้เสมือนจริง ทั้งยังมีราคาใกล้เคียงกับวัสดุ PVC จึงเป็นที่นิยมใช้งานอย่างแพร่หลาย โดยมีประเภทการติดตั้งถึง 4 แบบ ดังนั้นในการเลือกซื้อจึงต้องพิจารณาทั้งเรื่องของสภาพพื้นที่จะปูและการใช้งาน ควบคู่ไปกับความหนาและรูปแบบการติดตั้ง จากนั้นจึงเลือกลายตามสไตล์ที่ชอบในงบประมาณที่เหมาะสมเป็นปัจจัยที่หลังสุด
  • กระเบื้องยาง WPC (Wood Plastic Composite) เป็นวัสดุที่ปรับปรุงคุณสมบัติกระเบื้องยางให้มีความแข็งขึ้นมากกว่าทุกแบบแม้ว่าจะมีความหนาเท่ากัน อีกทั้งยังมีลวดลายสวยงามและให้สัมผัสเหมือนไม้จริง เลียนแบบผิวหน้าไม้สวยงาม โดยมีให้เลือกทั้งแบบผิวหน้าเงา ผิวด้านและกึ่งเงากึ่งด้าน ซึ่งจะช่วยทำให้พื้นบ้านดูหรูหรา แต่ข้อเสียคือมีราคาแพงกว่าวัสดุทุกชนิด ทั้งยังไม่ทนทานต่อความชื้นและปลวก เพราะเลือกใช้วัสดุเป็นผงไม้ผสมพลาสติก ดังนั้นจึงไม่ค่อยได้รับความนิยมในการนำมาปูพื้นห้อง แต่มักถูกใช้เป็นวัสดุปูทางเดินในรูปแบบไม้เทียมมากกว่า
  • กระเบื้องยาง SPC (Stone Plastic Composite) เป็นนวัตกรรมรูปแบบใหม่ที่แก้ปัญหาการหดและเกยกันของกระเบื้องยางที่มักพบในวัสดุ LVT และ PVC โดยการใช้หินปูนบดอัดเข้ากับพลาสติก ทำให้มีความคงตัวและแข็งแรง ทั้งยังมีความทนทานต่ออากาศในเมืองไทยที่มีความร้อนสูง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้กระเบื้องยางเกิดการหดตัว ไม่สวยงาม โดยมีให้เลือกหลากหลายขนาดและรูปแบบส่วนใหญ่จะเป็นลวดลายไม้ธรรมชาติที่มีความเสมือนจริง นอกจากนี้ กระเบื้องยางแบบ SPC ยังสามารถใช้งานได้กับพื้นหลายรูปแบบ ทั้งห้องนอน ห้องครัวและห้องน้ำ และสามารถเลือกซื้อได้ง่าย เพราะมีรูปแบบการติดตั้งแบบคลิกล็อกเท่านั้น ผู้ซื้อเพียงพิจารณาที่ความหนาให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่จะปูและเลือกลายที่ชอบให้เข้ากับโทนสีของบ้านก็เพียงพอ
วิธีการเลือกซื้อกระเบื้องปูพื้น
  1. เลือกกระเบื้องยางตามประเภทการติดตั้ง ในการเลือกกระเบื้องยางนั้นนอกจากจะพิจารณาเรื่องของวัสดุแล้ว ยังต้องคำนึงถึงการติดตั้งด้วย เพราะวัสดุแต่ละชนิดจะมีการติดตั้งที่แตกต่างกัน ดังนี้
  • แบบ Dry Back หรือ Glue Down เป็นการติดตั้งที่ต้องใช้กาวปูรองพื้นก่อน ซึ่งจะพบในกระเบื้องยางแบบม้วนและวัสดุ PVC กับ LVT แม้จะใช้เวลานานและมีวิธีการติดตั้งที่ยุ่งยากกว่าทุกแบบและใช้งบประมาณในการติดตั้งค่อนข้างสูง แต่ก็ทำให้พื้นที่ปูใหม่มีความเรียบร้อยและละเอียดสวยงาม หากใครสนใจกระเบื้องยางประเภทนี้ ควรสอบถามเรื่องราคากาว วัสดุอุปกรณ์และค่าแรงต่าง ๆ ในการติดตั้งไว้ก่อน เพื่อเปรียบเทียบเรื่องความคุ้มค่าด้วย
  • แบบ Peel and Stick เป็นชนิดที่มีกาวในตัว เพียงลอกแผ่นรองออกก็สามารถปูทับพื้นเดิมได้เลย ดังนั้นจึงสามารถปูเองได้และใช้เวลาไม่นานสามารถติดตั้งทับพื้นผิวเดิมได้ง่ายได้ ทั้งยังเป็นวิธีติดตั้งที่พบในวัสดุกระเบื้องยางทุกชนิด สำหรับวิธีการเลือกซื้อแนะนำให้เลือกรุ่นที่ราคาเหมาะสม เพราะหากเลือกแบบราคาถูกมากเกินไปและมาจากแหล่งจำหน่ายที่ไม่น่าเชื่อถือ อาจมีความเสี่ยงที่จะได้กระเบื้องยางที่คุณภาพกาวไม่ดีและมีประสิทธิภาพต่ำได้
  • แบบ Loose Lay เป็นการติดตั้งแบบไม่ใช้กาว เนื่องจากผิวกระเบื้องชั้นล่างสุดมีความด้านและหนืด โดยบางรุ่นอาจทำเป็นรอยกันลื่น ขอแนะนำให้ปูบนพื้นที่เรียบดีอยู่แล้วและควรเลือกช่างที่มีทักษะชำนาญเพื่อให้แต่ละแผ่นแนบติดกันพอดี หากใครที่สนใจเลือกซื้อรุ่นนี้ ขอแนะนำให้ตรวจสอบดูพื้นผิวด้านล่างให้ดีและควรเลือกชนิดที่มีความหนาไม่ต่ำกว่า 2.0 มิลลิเมตร เพราะหากแผ่นบางเกินไปจะทำให้รู้สึกไม่สบายเท้าและเกิดเสียงในขณะเดินได้
  • แบบ Click – Lock เป็นการปูพื้นกระเบื้องยางแนวใหม่ที่ได้รับความนิยมสูง โดยจะออกแบบมาให้แต่ละแผ่นสามารถเข้าล็อกกันได้พอดี สามารถปูทับพื้นเดิมได้โดยไม่ต้องใช้กาว มีความทนทานไม่แพ้กระเบื้องยางชนิดอื่น ๆ จึงไม่ต้องกังวลเรื่องความชื้นและเชื้อรา ทั้งยังเหมาะกับการใช้งานหลากหลายประเภท ถึงแม้จะเป็นชนิดที่มีราคาค่อนข้างแพง แต่สามารถติดตั้งเองได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องจ้างช่างและไม่ต้องปรับพื้นผิวใหม่ให้สิ้นเปลืองงบประมาณ
วิธีการเลือกซื้อกระเบื้องปูพื้น
  1. เลือกตามความหนาของกระเบื้องยาง ปกติกระเบื้องยางจะมีความหนาอยู่ที่ 1.2 – 4.0 มิลลิเมตร โดยชั้นบนจะหนาประมาณ 0.15 – 0.5 มิลลิเมตร นอกนั้นจะเป็นความหนาของชั้นกลางที่เป็นส่วนของวัสดุหลักและชั้นล่างที่เป็นพื้นกระเบื้อง ซึ่งผู้ผลิตกำหนดให้มีความแตกต่างกันตามแต่ละประเภทและผู้ผลิตแต่ละยี่ห้อ  สิ่งที่ต้องพิจารณาร่วมกับความหนาคือชนิดวัสดุปูพื้นและสภาพพื้นผิว กล่าวคือ หากพื้นเดิมมีความเรียบดีอยู่แล้ว เช่น พื้นไม้ พื้นปูนขัดมัน และพื้นกระเบื้องยางเก่า ก็ให้เลือกแบบไม่หนามาก ประมาณ 1.2 – 2.0 มิลลิเมตร แต่หากเป็นพื้นผิวขรุขระ เราขอแนะนำให้เลือกที่ความหนา 4.0 มิลลิเมตรขึ้นไปและอาจเสริมด้วยโฟมรองพื้นเพื่อปรับระดับ สร้างความยึดแน่นและลดเสียงดังขณะเดินด้วย เพราะพื้นผิวที่มีความเรียบไม่เสมอกันจะทำให้เกิดช่องว่างขณะเดิน เกิดความไม่สบายเท้าและเกิดเสียงรบกวนได้อีกด้วย 

สรุป

วิธีการเลือกซื้อกระเบื้องปูพื้น

แล้วก็จบลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับสำหรับ บทความ วิธีการเลือกซื้อ กระเบื้องยาง ให้ได้รับความคุ้มค่าและเหมาะสมกับการใช้งานในแต่ละพื้นที่มากที่สุด เรื่องนี้ หวังว่าจะช่วยทำให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักแกับไอเทมชิ้นนี้กันมากขึ้นนะครับ

Picture of Poster 24

Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการแต่งบ้านแต่งสวนแนวหน้าในประเทศไทย

รวมข่าวสารบันเทิง

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสุขภาพ