ตกแต่งสวนของคุณให้หรูหราสวยงามได้ง่าย ๆ ด้วยไฟสนาม พร้อมวิธีเลือกและสิ่งที่ควรต้องรู้เกี่ยวกับไอเทมชิ้นนี้

แต่งสวน

สารบัญ

การตกแต่งสวนและบริเวณบ้านด้วยไฟสนาม นอกจากจะช่วยสร้างบรรยากาศให้ดูสวยงามน่ามองแล้ว ยังช่วยเสริมความปลอดภัยให้แก่ตัวบ้านและบริเวณโดยรอบได้อีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้านที่มีพื้นที่บริเวณกว้างซึ่งแสงไฟจากตัวบ้านไม่สามารถส่องสว่างได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึง การติดตั้งไฟสนามเพื่อเพิ่มความสว่างตามจุดต่าง ๆ จึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ เพื่อปกป้องทรัพย์สินและสมาชิกภายในครอบครัวจากอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน รวมถึงสัตว์มีพิษต่าง ๆ ที่มักแฝงตัวอยู่ในความมืดอีกด้วย ทั้งนี้ ไฟสนามที่วางจำหน่ายอยู่ตามท้องตลาดก็มีให้เลือกหลากหลายประเภท เช่น ไฟสนามแบบติดผนัง แบบฝังพื้นหรือแบบปักดิน เป็นต้น ซึ่งจะเหมาะกับการใช้งานในพื้นที่ที่มีลักษณะแตกต่างกันไป ทั้งในด้านของขนาดและข้อจำกัดในการติดตั้ง โดยในบทความ ตกแต่งสวนของคุณให้หรูหราสวยงามได้ง่าย ๆ ด้วยไฟสนาม พร้อมวิธีเลือกและสิ่งที่ควรต้องรู้เกี่ยวกับไอเทมชิ้นนี้ เรื่องนี้มาเป็นแนวทางในการตัดสินใจเลือกซื้อให้กับทุกคนกันอีกด้วย ไปดูกันเลยดีกว่า

วิธีการเลือกซื้อไฟสนาม 

ตกแต่งสวนของคุณให้หรูหราสวยงามได้ง่าย ๆ ด้วยไฟสนาม พร้อมวิธีเลือกและสิ่งที่ควรต้องรู้เกี่ยวกับไอเทมชิ้นนี้1
  • ใครที่เป็นมือใหม่และยังไม่รู้ว่า ควรจะเลือกซื้อไฟสนามอย่างไรดี วันนี้เรามีคำตอบมาให้กับคุณแล้วค่ะ รับรองว่า ไม่ยากอย่างที่คิด เพียงแค่ปฏิบัติตามวิธีการดังต่อไปนี้
ตกแต่งสวนของคุณให้หรูหราสวยงามได้ง่าย ๆ ด้วยไฟสนาม พร้อมวิธีเลือกและสิ่งที่ควรต้องรู้เกี่ยวกับไอเทมชิ้นนี้2
  1. เลือกประเภทไฟสนามให้เหมาะกับลักษณะพื้นที่และจุดประสงค์ในการส่องสว่าง ไฟสนามสามารถจำแนกประเภทได้ตามลักษณะภายนอกและการติดตั้ง ซึ่งแต่ละประเภทจะเหมาะกับลักษณะพื้นที่และจุดประสงค์ในการใช้งานที่แตกต่างกัน มาดูกันดีกว่าค่ะว่า ไฟสนามประเภทไหนที่จะตอบโจทย์ความต้องการของคุณกันบ้าง
ตกแต่งสวนของคุณให้หรูหราสวยงามได้ง่าย ๆ ด้วยไฟสนาม พร้อมวิธีเลือกและสิ่งที่ควรต้องรู้เกี่ยวกับไอเทมชิ้นนี้3
  • ไฟสนามแบบเสาสูง ไฟสนามแบบนี้มักมีความสูงอยู่ที่ 2.5 – 4 เมตร เหมาะกับบ้านที่มีบริเวณสวนค่อนข้างกว้างและมีพื้นที่โล่งอย่างสนามหญ้า หรือใช้เป็นไฟนำทางสำหรับทางเดินที่ค่อนข้างยาว โดยไฟสนามประเภทนี้สามารถให้ความสว่างได้ครอบคลุมมากถึง 3 – 10 เมตร ขึ้นอยู่กับความสว่างของหลอดไฟและความสูงของตัวเสา โดยหากความสูงยิ่งมีมากเท่าไร ก็จะยิ่งช่วยให้กระจายแสงได้ไกลขึ้นมากเท่านั้น นอกจากนี้ ลักษณะแบบเสาสูงยังช่วยเสริมให้สวนของเราดูสวยงามโดดเด่นและมีสไตล์ได้อีกด้วย
ตกแต่งสวนของคุณให้หรูหราสวยงามได้ง่าย ๆ ด้วยไฟสนาม พร้อมวิธีเลือกและสิ่งที่ควรต้องรู้เกี่ยวกับไอเทมชิ้นนี้4
  • ไฟสนามแบบเตี้ย ไฟสนามประเภทนี้มีความสูงอยู่ที่ไม่เกิน 1 เมตร และสามารถกระจายแสงได้ไม่ไกลนักจึงนิยมตั้งเรียงรายกันหลายต้นตามแนวทางเดินเพื่อนำทาง หรือกระจายในระยะที่ไม่ไกลกัน เพื่อส่องสว่างสร้างความสวยงามให้แก่สวน โดยระยะห่างที่เหมาะสมสำหรับการติดตั้งไฟสนามแบบเตี้ยนั้นจะอยู่ที่ประมาณ 4 – 6 เมตร ต่อต้น เพื่อรักษาความสว่างให้เพียงพอโดยไม่สิ้นเปลืองงบประมาณในการหาซื้อโคมไฟเพิ่ม และที่สำคัญ คุณควรเลือกใช้หลอดไฟที่มอบแสงนุ่มนวล เพื่อให้แสงโดยรวมออกมาสวยงามไม่แยงตานั่นเอง
ตกแต่งสวนของคุณให้หรูหราสวยงามได้ง่าย ๆ ด้วยไฟสนาม พร้อมวิธีเลือกและสิ่งที่ควรต้องรู้เกี่ยวกับไอเทมชิ้นนี้5
  • ไฟสนามแบบฝังพื้น ไฟสนามประเภทฝังมีทั้งแบบที่ฝังพื้นและฝังผนัง โดยแบบฝังพื้นจะเป็นการกระจายแสงขึ้นด้านบน ซึ่งนิยมใช้สำหรับส่องสว่างเพื่อนำทางเดิน หรือสร้างลูกเล่นเพิ่มความสวยงามให้แก่พื้นทางเดิน ทั้งยังสามารถใช้ส่องขึ้นไปตามกิ่งก้านของต้นไม้ใหญ่ได้อีกด้วย โดยหากคุณต้องการเลือกซื้อไฟสนามแบบฝัง ขอแนะนำให้ตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนด้วยค่ะว่า โคมไฟตัวนั้นสามารถกันน้ำได้หรือไม่ เพื่อป้องกันความเสียหายจากปัญหาน้ำขังนั่นเอง
ตกแต่งสวนของคุณให้หรูหราสวยงามได้ง่าย ๆ ด้วยไฟสนาม พร้อมวิธีเลือกและสิ่งที่ควรต้องรู้เกี่ยวกับไอเทมชิ้นนี้6
  • ไฟสนามแบบติดผนัง ไฟสนามแบบติดผนังนั้นนอกจากจะช่วยให้บริเวณโดยรอบของบ้านสว่างไสวแล้ว ยังช่วยสร้างบรรยากาศและเพิ่มลูกเล่นให้กับพื้นผิวของผนังได้อีกด้วย เช่น การใช้แสงโทนสีส้มกับกำแพงที่มีพื้นผิวขรุขระ หรือการฝังโคมไฟเข้าไปในกำแพงที่จะช่วยเพิ่มมิติ สร้างความทันสมัยและแปลกตาได้ นอกจากนี้ โคมไฟดังกล่าวยังนิยมติดหรือฝังไว้ที่ขั้นบันได เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเดินขึ้นลงเมื่อมีแสงน้อยอีกด้วย
ตกแต่งสวนของคุณให้หรูหราสวยงามได้ง่าย ๆ ด้วยไฟสนาม พร้อมวิธีเลือกและสิ่งที่ควรต้องรู้เกี่ยวกับไอเทมชิ้นนี้7
  1. เลือกไฟสนามที่สามารถป้องกันน้ำและฝุ่นได้ เนื่องจากไฟสนามนั้นต้องตั้งอยู่กลางแจ้งและตากแดดตากลมอยู่ตลอดเวลา เราจึงควรเลือกซื้อรุ่นที่สามารถกันน้ำและฝุ่นได้เพื่อป้องกันความเสียหายและยืดอายุการใช้งานของโคมไฟ โดยสามารถสังเกตได้จากค่า IP ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานที่ชี้วัดความสามารถในการป้องกันฝุ่นและน้ำในเครื่องใช้ไฟฟ้า หากเลขยิ่งมากก็จะยิ่งป้องกันได้ดีขึ้นนั่นเอง โดยตัวเลขหลักแรกนั้น คือ ระดับการป้องกันฝุ่นซึ่งมีตั้งแต่ระดับ 0 ที่ไม่สามารถป้องกันได้ ไปจนถึงระดับ 6 และเลขหลักที่สอง คือ ระดับการป้องกันน้ำที่มีตั้งแต่ระดับ 0 – 8 ซึ่งในการเลือกซื้อไฟสนามโดยทั่วไป เพียงแค่มองหารุ่นที่มีค่า IP ที่ 44 ก็ถือว่าเพียงพอสำหรับการป้องกันฝุ่นและน้ำแล้วล่ะค่ะ แต่หากเป็นประเภทฝังพื้น คุณควรเลือกรุ่นที่มีค่า IP อย่างน้อย 67 ที่สามารถป้องกันการชำรุดจากปัญหาน้ำท่วมขังได้จะดีที่สุด
ตกแต่งสวนของคุณให้หรูหราสวยงามได้ง่าย ๆ ด้วยไฟสนาม พร้อมวิธีเลือกและสิ่งที่ควรต้องรู้เกี่ยวกับไอเทมชิ้นนี้8
  1. เลือกไฟสนามที่มีฟังก์ชันเสริมที่น่าสนใจ ไฟสนามหลาย ๆ รุ่น นอกจากจะทำหน้าที่ในการส่องสว่างเพื่อความสวยงามและความปลอดภัยในยามค่ำคืนแล้ว ยังมีฟังก์ชันต่าง ๆ ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานและประหยัดพลังงานได้อีกด้วย
ตกแต่งสวนของคุณให้หรูหราสวยงามได้ง่าย ๆ ด้วยไฟสนาม พร้อมวิธีเลือกและสิ่งที่ควรต้องรู้เกี่ยวกับไอเทมชิ้นนี้9
  • ฟังก์ชันเปิดและปิดอัตโนมัติ ไฟสนามที่มีฟังก์ชันเปิด-ปิดอัตโนมัติจะมีเซนเซอร์คอยตรวจจับแสงโดยรอบ ซึ่งเมื่อใดที่ไม่มีแสง โคมไฟก็จะเปิดเองอัตโนมัติ และเมื่อมีแสงสว่างในตอนเช้า ดวงไฟก็จะปิดโดยอัตโนมัติด้วยเช่นกัน ซึ่งนอกจากฟังก์ชันนี้จะช่วยแก้ปัญหาการลืมเปิดและปิดไฟสนามได้แล้ว ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ตัวเราและทรัพย์สิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งใครที่มักจะเลิกงานและกลับถึงบ้านค่ำมืดเป็นประจำ หากต้องเดินเข้าบ้านหรือควานหากุญแจในความมืดก็คงไม่สะดวกและไม่ปลอดภัยเท่าไรนัก นอกจากนี้ ฟังก์ชันเปิด-ปิดอัตโนมัติยังช่วยให้คุณประหยัดไฟ เพราะไม่ต้องเปิดไฟสนามทิ้งไว้ตลอดเวลานั่นเอง
ตกแต่งสวนของคุณให้หรูหราสวยงามได้ง่าย ๆ ด้วยไฟสนาม พร้อมวิธีเลือกและสิ่งที่ควรต้องรู้เกี่ยวกับไอเทมชิ้นนี้10
  • เซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว ในบริเวณที่ไม่ต้องการแสงส่องสว่างตลอดเวลา เช่น ทางเดินเข้าบ้าน การเลือกใช้โคมไฟที่มีเซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวก็ถือเป็นไอเดียที่ดีในการประหยัดพลังงาน เพราะโคมไฟจะสว่างขึ้นก็ต่อเมื่อเราเดินผ่านเข้าไปในระยะที่เซนเซอร์สามารถตรวจจับได้และดับลงเองเมื่อไม่มีการเคลื่อนไหว คุณจึงไม่ต้องเปิดไฟสนามทิ้งไว้โดยไม่จำเป็น แต่หากเซนเซอร์นั้นไวต่อการเคลื่อนไหวมากเกินไปก็อาจทำให้ไฟสว่างขึ้นด้วยสาเหตุอื่น เช่น ลมพัด หรือเสียงที่ดังได้ด้วยเช่นกัน ดังนั้น อย่าลืมตรวจสอบให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อกันด้วยนะ

ข้อดีข้อเสียของไฟสนาม แบบ LED

ตกแต่งสวนของคุณให้หรูหราสวยงามได้ง่าย ๆ ด้วยไฟสนาม พร้อมวิธีเลือกและสิ่งที่ควรต้องรู้เกี่ยวกับไอเทมชิ้นนี้11

ข้อดี

  • หลอดไฟ LED มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยมากๆ เมื่อเทียบกับหลอดฟลูออเรสเซนต์ หรือรุ่นเก่าอื่นๆ เพราะภายในหลอดจะมีการบรรจุไอของปรอท และสารเคมีต่างๆ
  • ไฟ LED มีประสิทธิการให้พลังงานแสงสว่าง80-120 ลูเมน/วัตต์ ซึ่งแน่นอนในอนาคตLED น่าจะมีประสิทธิภาพสูงกว่าหลอดฟลูออเรสเซนต์
  • ไฟ LED ปล่อยความร้อนออกมาต่ำมาก จนเราสามารถสัมผัสตัวโคมไฟแอลอีดีได้ ในขณะที่หลอดประเภทเก่าบางชนิดจะร้อนมากแทบไม่สามารถสัมผัสได้ ซึ่งแน่นอนความร้อนที่ออกมาน้อยจะช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในส่วนของเครื่องปรับอากาศ ทำให้ประหยัดไฟไปได้มาก

ข้อเสีย

  • เรื่องราคาของหลอดหรือโคม LED ยังมีราคาที่สูงกว่าหลอดฟลูออเรสเซนต์แบบปกติ หรือหลอดรุ่นเก่าๆ อยู่พอสมควร
  • ทำให้ปัจจุบันยังไม่ได้รับความนิยมใช้ภายในบ้านเท่าไรนัก สำหรับโคม LED บางชนิดไม่สามารถเปลี่ยนหลอดไฟ หรืออะไหล่ได้ หากจะทำต้องทำโดยช่างที่มีความชำนาญ การซ่อมบำรุงโดยผู้บริโภคทั่วไปยังเป็นไปได้ยาก

สรุป

ตกแต่งสวนของคุณให้หรูหราสวยงามได้ง่าย ๆ ด้วยไฟสนาม พร้อมวิธีเลือกและสิ่งที่ควรต้องรู้เกี่ยวกับไอเทมชิ้นนี้12

นอกจากนี้แล้ว ก็อย่าลืมพิจารณากันด้วยนะว่า โคมไฟรุ่นที่คุณสนใจนั้นสามารถทนต่อสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้มากเพียงใด เพราะหากเลือกซื้อไฟสนามที่สวยงามราคาแพงมา แต่มีค่า IP ต่ำและไม่สามารถป้องกันฝนหรือฝุ่นจากการใช้งานกลางแจ้งได้ ก็คงจะน่าเสียดายไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป หากทำตามวิธีที่เราได้นำมาฝากเพื่อน ๆ กันใน บทความ ตกแต่งสวนของคุณให้หรูหราสวยงามได้ง่าย ๆ ด้วยไฟสนาม พร้อมวิธีเลือกและสิ่งที่ควรต้องรู้เกี่ยวกับไอเทมชิ้นนี้ เรื่องนี้ ก็สามารถช่วยทำให้เพื่อน ๆ เลือกไฟสนามที่ถูกใจได้มากขึ้นแล้ว

Picture of Poster 24

Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการแต่งบ้านแต่งสวนแนวหน้าในประเทศไทย

รวมข่าวสารบันเทิง

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสุขภาพ